Monday, June 24, 2013

เส้นทางจักรยานท่องเที่ยว บางขุนเทียน - ชายทะเล

วันนี้ลาหยุดมาทำธุระที่ปากน้ำสมุทรปราการ เลยลองดูว่าจากบ้านนครชัยศรีจะไปด้วยจักรยานได้ไหม ไม่มีปัญหา (ไม่ได้ขี่ตลอดทาง เอาขึ้นรถไฟ รถเมล์อะไรไปเท่าที่อำนวย) พอเสร็จธุระตอนสายๆ ก็ว่างซิ เอาไงดี เลยนึกถึงเส้นเทียนทะเลขึ้นมาซะงั้น เลยพาจักรยานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่พระสมุทรเจดีย์แล้วหิ้วต่อรถเมล์มาแถวบางขุนเทียนอีกที

บอกเลยว่าการขี่จากบางขุนเทียนไปเที่ยวทะเลกรุงเทพเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้ลลลมากๆ ทางที่จะไปสุดขอบชายทะเลผมแบ่งเป็นสองช่วง

ช่วงแรกเป็นเส้นถนนใหญ่ จากถนนพระรามสองไปจนถึงโรงเรียนพิทยาลงกรณ์พิทยาคม ช่วงนี้เป็นถนนลาดยางอย่างดี ไหล่ทางกว้าง ปลอดภัย ระยะทางยาวหน่อย 15 ก.ม. หาดูได้จาก Street view ในกูเกิล

ช่วงที่สองจากโรงเรียนพิทยาลงกรณ์พิทยาคมไปจนถึงสุดสะพานไม้ทะเลกรุงเทพ เส้นทางไปค่อนข้างจะหายากสักหน่อย ผมหลงเสียแรงขี่ไปหลายจุด หวังว่าการรีวิวนี้จะช่วงให้คนที่อยากตามมามาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาหลงเหมือนผม เป็นรีวิวเส้นทางไปชมทะเลกรุงเทพ ณ จุดที่อยู่ใต้สุดของแผนที่กรุงเทพ ที่นั่นคือบางขุนเทียน ชายทะเลนั่นเอง

คลิกเพื่อดูแผนที่ Map Google เส้นทางจักรยานท่องเที่ยบว บางขุนเทียน ชายทะเล ขนาดใหญ่ 

 

ผมหิ้วจักรยานขึ้นรถเมล์จากปากน้ำมาเริ่มต้นที่บิ๊กซีพระรามสอง
 ฝั่งตรงข้ามเป็นเซ็นทรัล วันนี้แดดจัดมากๆ จะไหวมั๊ยนี่เรา
ขี่บนถนนพระรามสองก็พอไหว เพราะขอบทางด้านซ้ายไม่ค่อยมีรถมาเบียด ป้ายบนหัวบอกชายทะเลต้องตรงต่อไป
ป้ายเขียวซ้ายมือบอกอีกไม่ไกลถึงทางแยกไปชายทะเล
ตรงสะพานข้ามแยกที่ตัดขวางข้างหน้าคือแยกเทียนทะเล
ถึงทางแยกแล้วก็เลี้ยวซ้ายตามรถกระบะไปได้เลย
เลี้ยวเข้ามาแล้วตรงหัวถนน วันธรรมดาช่วงกลางวันรถก็พอมีประมาณนี้
จากหัวถนนก็ขี่จักรยานตรงไปอีกประมาณ 15 กิโล
ร้อนมากเลยท่านผู้ชม ขี่จนเหนื่อยก็ไปไม่ถึงไหนซะที ถนนก็ดีนะ ไหล่ทางกว้าง แต่มันร้อน ไม่ไหวแล้ว ขืนขี่ต่ออาจลมจับ เลยจัดการหิ้วขึ้นรถสองแถว รถพามาอีกไกล นึกว่าจะไปจนสุดถนน แต่รถมาเลี้ยวซ้ายเข้าซอยนี้ ผมเลยต้องลงขี่ต่อ คนขับบอกอีกไม่กี่โล เอาละค่อยยังชั่วแล้วน่าจะขี่ต่อไหว
ช่วงนี้ไหล่ทางแคบลงแต่ก็ยังถือว่ากว้าง
ขี่มาจนสุดสามแยกปลายทางแล้ว จากนี้เลี้ยวขวาไปยังโรงเรียนพิทยาลงกรณ์พิทยาคม
พอเลี้ยวขวามาแล้ว เริ่มเห็นร้านอาหารเยอะแยะด้านซ้ายมือ ตอนนี้ผมกำลังหาทางเลี้ยวซ้ายเข้าชายทะเลอยู่
ส่วนฝั่งขวามือเป็นโรงเรียน มีศาลาคอยรถประจำทางหลังคาสีเหลืองอยู่หน้าโรงเรียน
ถามชาวบ้านร้านค้าบอกว่าต้องเข้าไปทางตรอกเล็กๆ นี้ (น่าจะมีใครช่วยทำป้ายซะหน่อยนะ)
เป็นเส้นทางที่ Exclusive มากๆ รถยนต์หมดสิทธิ์ มอเตอร์ไซค์ยังพอได้
ข้ามคลองไป แหมดีจริง เหมือนได้ผจญภัย
เหมือนไม่ได้อยู่กรุงเทพ บรรยากาศนึกว่าอยู่สุราษฎร์
สุดเชิงสะพานเจอทางแยก คราวนี้เอาไงดีละเนี่ย
ป้ายเหล็กสีเขียว รัฐเสียเงินทำ แต่แม่มไม่ช่วยอะไรเลย แต่ป้ายไม้บ้านๆ เขียนแค่สามคำ จบ
จากนี้ก็ขี่ไปตามทางปูนตลอด เลาะริมตลิ่งบ่อน้ำกว้างใหญ่ ถึงตรงนี้มีทางแยกสะพานไม้ทางขวาให้ชวนหลงได้เป็นจุดแรก ไม่ต้องเลี้ยวไปนะ เพราะว่า
เพราะว่าผมลองขี่ไปแล้ว และก็พบจุดจบเมื่อสะพานขาด ไปต่อไม่ได้
ขี่มาทางปูนนี่แน่นอนที่สุดครับ รับรองว่าไปถึงที่หมายได้แน่นอน
เส้นทางก็มียักไปยักมา ชวนน่าพิศวงยิ่งนัก
ตรงสุดทางเหมือนจะมีเป็นศาลา
แต่จริงๆ มันเป็นแค่ทางผ่าน ไม่ใช่ศาลา บ้านก็ไม่ใช่ เป็นอะไรไม่รู้ ทำให้นึกถึงหนังละครไทยที่พระเอกนางเอกมาหลบฝน สุดท้ายก็ได้กัน ตอนเด็กๆ โครตสงสัยว่าว่ามันได้อะไรของมันวะ
เส้นทางจากนี้ไปสวยงามมาก
ตรงนี้ยังไม่ใช่ป่าชายเลน ยังมีต้นไม้ทั่วไปที่เรารู้จักอย่างกระถินณรงค์ หางนกยูงขึ้นอยู่
พบสะพานข้ามคลองอีกแระ
ข้ามคลองแล้วก็ยังตรงต่อไป
สุดทางปูนแล้ว ตอนนี้มาถึงได้ 90% ของการเดินทางแล้ว ตรงจุดนี้เป็นจุดชวนหลงจุดที่สอง เพราะมีทางแยก 2 ทาง ตอนแรกผมขี่ไปทางปูนข้างซ้าย พบว่าไปบ้านชาวบ้าน หมาเห่าทักทายกันเกรียว เลยต้องกลับมาตรงจุดนี้อีก ทางที่ถูกคือต้องออกไปทางขวาเท่านั้น
ตรงหัวทางนี้มีร้านขายน้ำแข็ง น้ำอัดลมต่างๆ แวะพักจุดนี้ดื่มน้ำหวานชื่นใจแป๊บแล้วไปต่อ
ถึงตรงนี้ยังพอเห็นมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้ามาได้อยู่ ทางมีทั้งที่เป็นสะพานไม้และสะพานปูน
สะพานออกจะชันซักหน่อย
ขาลงสะพานมีแยกให้เลือกไป 2 ทาง คราวนี้ผมเดาถูก เลือกแยกไปทางซ้าย
จากตรงนี้เป็นสะพานไม้ที่ค่อนข้างสูงจากระดับพื้นด้านล่าง ไม่มีราวกันตก แต่สะพานกว้างจนไม่น่ากลัว ยกเว้นแต่จะขี่ตอนกลางคืน
เส้นทางนี้ค่อนข้างเงียบเหงา พอจะมีบ้านคนบ้างอยู่ห่างๆ กัน
จนมาเห็นบ่อบึงใหญ่ ให้ขี่ไปทางบึงได้เลย
แล้วก็ขี่เลียบบึงไป

สุดทางถึงหัวเลี้ยวซ้าย มีจุดสกัดมอเตอร์ไซค์ มอไซค์เข้าไม่ได้ ร้องไห้กลับบ้านไป

ผ่านประตูทางเข้าได้ฟรี ไม่มีใครมาเก็บค่าผ่าน เวลาเปิดให้เข้าชม 7.00 - 18.00 น.
คราวนี้ขี่แหวกกลางป่าชายเลนเข้ามาเลย
ยังมี Step up and down อยู่ดักพวกมอเตอร์ไซค์ที่บังอาจผ่านประตูเข้ามาอีก
ขี่มาเจอ Step up อีกแล้ว
ในนี้ถูกทำให้เหมือนเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางธรรมชาติป่าชายเลน
มีทั้งป้ายใหญ่และป้ายเล็กให้ความรู้ตลอดเส้นทาง
ถึงตรงนี้เริ่มเห็นปลายอุโมงค์ต้นไม้แล้ว น่าจะเป็นทะเลกรุงเทพนะ
แนวต้นไม้สุดท้ายยืนต้นรอให้การต้อนรับผมสู่ทะเลโคลนกรุงเทพ
ศาลาออกตก ศาลาริมทะเลแห่งสุดท้ายของกรุงเทพ
หลุดศาลาแนวรับสุดท้าย พุ่งตรงสู่ End zone มีแนวไผ่ปักยาวขวางทะเลกับแผ่นดินใหญ่
มาจนถึงเกือบปลายทางสะพาน โชคดีมากจริงๆ ที่สะพานผุพังถล่มไปเสียก่อนที่ผมจะมาถึง หากผมไปจนถึงสุดสะพานแล้วสะพานเกิดพังขึ้นมาผมคงแย่ (Positive thinking สุดๆ)
น่าจะติดป้าย "ใต้สุดแดนกรุงเทพมหานคร"
มาวันธรรมดานี่มันสวดยอดจริงๆ มองไปรอบๆ ไม่มีใครเลยในรัศมี 1 กิโล ในใจกำลังนึกมโนไปว่ามีเมฆลอยมาเรียงตัวกันเป็นคำว่า "ทะเลนี้ของมึง"
นี่เป็นเส้นทางจักรยานเส้นเดียวในบล็อกนี้ที่มีจุดสิ้นสุด ไปต่อไม่ได้อีกแล้ว เลยเกิดการตั้งคำถามแปลกๆ หลายคำถามกับชีวิต คุณลองมาดูนะว่าจะรู้สึกแบบเดียวกันรึเปล่า

No comments:

Post a Comment